ฝึกใช้ ‘แผนผังความคิด’ ช่วยพัฒนาสมองลูก

IMG_8457_2 copy

เมื่อสองวันก่อน ผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมเวิร์กชอปเกี่ยวกับการใช้ ‘แผนผังความคิด’ หรือที่ช่วงนี้ได้ยินกันบ่อยๆ ว่า ‘Mind Map’ เพื่อช่วยกระตุ้นการพัฒนาสมองของเด็ก (จะว่าไปสมองผู้ใหญ่ก็พัฒนาด้วยนะ) ซึ่งเจ้าแผนผังความคิดนี้หลายคนอาจมองว่าเหย มันมีมานานแล้วนี่ ใครๆ ก็เขียนได้ แค่วงๆ ขีดๆ ลากเส้นเชื่อมโยงกัน บลา บลา … 

แต่ผิดถนัดครับ ‘แผนผังความคิด’ ที่ถูกต้องจะต้องเขียนอย่างมีหลักการโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องการนำมาฝึกใช้กับเด็ก ซึ่งว่ากันว่ามันสามารถช่วยกระตุ้นสมองอันนำไปสู่การพัฒนากระบวนการคิดของพวกเขาได้เป็นอย่างดี … ฮั่นแน่ อยากรู้แล้วใช่มั้ยหล่ะครับ? เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง

ก่อนที่จะไปถึงเรื่องของแผนผังความคิด เรามา ทำความรู้จักกับ ‘สมอง’ กันก่อน

อันนี้เป็นข้อมูลที่ฟังจากคุณหมอที่มาพูดในงานนะครับ (หากผิดพลาดต้องขออภัย) … ทารกแรกคลอดทุกคนที่เกิดมาจะมีสมองที่แบ่งออกเป็นสมองซีกซ้ายและซีกขวาโดยมีเซลล์สมองรวมกันอยู่ในนั้นประมาณ 1 แสนล้านเซลล์ เซลล์เหล่านี้บางส่วน (ประมาณ 20%) จะเชื่อมโยงถึงกันแล้วตั้งแต่เกิด โดยในช่วง 1,365 วันแรกของชีวิต เซลล์สมองจะขยายตัวและใยประสาทจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ถามว่าจะมากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมและการกระตุ้น… ยิ่งกระตุ้นมาก ใยประสาทก็เพิ่มจำนวนมาก ยิ่งใยประสาทมาก เด็กก็จะยิ่งฉลาดและเรียนรู้ได้เร็ว

Complete_neuron_cell_diagram_en.svgแต่!!! … ตรงนี้ฟังดีๆ นะครับ … หลังจากพ้นช่วง 1,365 วันไปแล้ว กลไกของสมองจะทำการตรวจสอบว่ามีเซลล์สมองใดที่ไม่จำเป็น ไม่ได้ใช้ หรือไม่ได้ถูกเชื่อมโยง (ซึ่งก็คือไม่ได้ถูกกระตุ้น) บ้าง และจะถูกขอคืนพื้นที่ด้วยการกำจัดออกไปโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ก็เพื่อเอาไปให้ให้เซลล์สมองอื่นๆ ที่จำเป็นและถูกกระตุ้นใช้สำหรับการเชื่อมโยงและเติบโตต่อไป …

เฮ้ย!! แล้วอย่างเราๆ จะเหลือกี่เซลล์(วะ)เนี่ย!?!
ด้วยความข้องใจ ระหว่างพักเบรค ผมจึงรีบกดโทรศัพท์ไปหาป๊ะป๋า …
ผม: ป๋าครับ เด็กๆ กระตุ้นสมองให้ผมบ้างป่าวครับ
ป๊ะป๋า: ถามอัลไร(วะ) กระตงกระตุ้นไร ไม่เอาขี้เถ้ายัดปาก ก็บุญแล้ว
ผม: ….. ขอบคุณคับป๊า แค่นี้นะ

(ก็เลยรู้ละว่าตั้งแต่เด็กยันโต ทำไมเรียนเท่าไหร่ไม่ได้เกรด 4 ซักที … T-T )

มาเข้าเรื่องต่อครับ … การเชื่อมโยงของสมองของเด็กจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กมีการใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการมอง การชิมรสชาด การสัมผัส การฟัง หรือการดมกลิ่น นอกจากนี้การเชื่อมโยงเซลล์สมองยังเกิดขึ้นเมื่อเด็กได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ยิ่งประสบการณ์นั้นเกิดขึ้นซ้ำๆ การเชื่อมโยงของเซลล์นั้นๆ ในสมองก็จะยิ่งมากขึ้น ซึ่งการเชื่อมโยงเหล่านี้นี่เองที่เป็นตัวที่ทำให้เกิดความสามารถในการคิด การเกิดความรู้สึก การกระทำ และการเรียนรู้ (โห แอบยาก เขียนเองยังงงเอง!)

และหนึ่งในวิธีการกระตุ้นสมองของเด็กๆ ที่ทำได้ง่ายแต่มีประสิทธิภาพมากก็คือ การฝึกการใช้ ‘แผนผังความคิด’ นั่นเอง

ทั้งนี้เทคนิคการเขียน ‘แผนผังความคิด’ นี้ถูกคิดค้นโดยคุณปู่ Tony Buzan (อยากรู้ประวัติเพิ่มเชิญถามอากู๋นะครับ) โดย Mind Map ตามทฤษฎีของคุณปู่ก็คือการใช้แผนผังแบบกราฟิกมาใช้เป็นเครื่องมือในการจดบันทึกความคิดที่มีรูปแบบการทำงานตามธรรมชาติของสมองของคนเรา (ยิ่งคิดยิ่งแตกแขนงเหมือนกิ่งไม้) โดย Mind Map จะทำให้สมองทำงานได้เต็มศักยภาพ เพราะเป็นการใช้ความสามารถของสมองทั้ง 2 ซีก คือ ซ้าย (วิเคราะห์ คำ ภาษา สัญลักษณ์ จัดลำดับ ความเป็นเหตุเป็นผล) และขวา (สังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ความงาม ศิลปะ) ให้มีกระบวนการคิดที่เชื่อมโยงกัน เจ๋งมะ?

Left_brain_right_brain

และเนื่องจากคุณปู่เค้าเป็นคนคิดและจดลิขสิทธิ์ไว้ ใครที่เขียนผิดไปจากหลักเกณฑ์ที่กำหนด จะไม่ถือว่าเป็น Mind Map นะครับ

เอาหล่ะ ถ้าอยากเริ่มเขียน Mind Map ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
1. กระดาษเปล่า 1 ใบ ควรเป็นกระดาษที่ไม่มีเส้น (ขนาดแล้วแต่ แต่ถ้าจะฝึกเด็กเขียน แนะนำเป็นกระดาษวาดเขียนขนาด A3)
2. ปากกาเมจิก 12 สี หรือถ้ามีงบ จัดแบบชุดใหญ่ 108 สีไปเล๊ย! :)
3. หัวสมอง จินตนาการ และสองมือ

Gel_pens_set

หลังจากเตรียมอุปกรณ์แล้ว มาดูหลักเกณฑ์ในการเขียน Mind Map ที่ถูกต้องกันครับ

1. จุดเริ่มต้นหรือแก่นความคิด ควรอยู่กึ่งกลางของกระดาษ เพื่อที่จะได้ต่อยอดและแตกกิ่งความคิดไปยังทิศทางต่างๆ ได้อย่างอิสระ
2. จุดเริ่มต้นความคิดจะเป็นคำที่มีความหมายพร้อมวาดรูปภาพประกอบ ทั้งนี้ก็เพราะว่าสมองของเด็กๆ จะจำรูปภาพได้มากกว่าคำ (กระบวนการเรียนรู้ของเด็ก 83% ใช้การมองเห็น) (และเด็กยังอ่านไม่ออก)
3. ใช้ปากกาสีที่แตกต่างกันในการวาดแตกกิ่งความคิดออกมา และเส้นกิ่งควรวาดเป็นเส้นโค้งไม่ใช่เส้นตรง เหตุผลก็คือจะทำให้สมองซีกขวาทำงานไปพร้อมๆกันด้วย (คล้ายๆ กับการวาดภาพระบายสีนั่นแหล่ะ)
4. เส้นกิ่งที่แตกออกมาจากแก่นความคิดตรงกลางต้องวาดให้เส้นเชื่อมต่อกัน ห้ามขาด เสมือนการเชื่อมโยงของสมองที่มีการเชื่อมโยงต่อเนื่องไม่ขาดสาย และควรใช้สีเดียวกันทั้งกิ่งเพื่อการจดจำเป็นหมวดหมู่
5. ใช้คำหรือคีย์เวิร์ดสั้นๆ ในการกำกับเส้นกิ่ง โดยคำจะต้องอยู่บนเส้น ไม่ใช่อยู่ด้านล่าง หรือปิดท้ายเส้น
6. วาดรูปประกอบคำบนเส้นกิ่ง หรือวาดรูปแทนเลยได้ยิ่งดี เพราะเด็กๆ จะเข้าใจและจดจำได้ง่ายกว่า
7. ห้ามเขียนคำหรือวาดภาพปิดท้ายเส้น เพราะการเปิดปลายทิ้งไว้จะทำให้เด็กมีโอกาสได้คิดต่อยอดออกไปได้เรื่อยๆ

IMG_8389 copy

พูดทฤษฎีมาซะยาวเหยียด ตอนนี้มาลองทำภารกิจจริงกันดีกว่า (มีเวลาว่างลองกับลูกๆ ของคุณดูได้เลยครับ ไม่มีอันตรายใดๆ ถ้าใครเล่นแล้วสมองฝ่อ มารับไปเลย 200)

ผู้ร่วมทดสอบในครั้งนี้ไม่ใช่ใครอื่น คือเด็กชายโมโม่ ลูกชายวัย 4 ขวบของกระผมเอง

เริ่มจากการลองชวนเค้าคุยถึงสิ่งที่ชอบ พอดีตอนนี้กำลังเห่อเรื่อง ‘รถ’ ก็เลยรีบหลอกล่อเข้าประเด็นโดยการบอกว่า โมโม่ครับ มาเขียน Mind Map กันว่ารถมันมีอะไรบ้าง เอามั้ย?

… โอเคคับป๊า จากนั้นโมโม่ก็ไม่รีรอระเบิดความคิด … มีล้อ มีประตู มีเครื่องยนต์ บลาๆ … จนผมต้องบอกให้รอก่อนแล้วค่อยๆ มาวาดด้วยกันทีละอย่าง อันดับแรก เริ่มจากการถามโดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ เช่น รถที่ชอบมียี่ห้ออะไรบ้าง รถมีกี่ประเภท ข้างในรถมีอะไรบ้าง ข้างนอกรถมีอะไร (ได้ 4 หมวดพอดี)

ผลลัพธ์อย่างที่เห็นครับ โมโม่ให้ความร่วมมือดี (แรกๆมีว่อกแว่กบ้าง) จนสำเร็จเสร็จเป็นผลงานอันน่าภูมิใจ หลังจากปล่อยไปเล่นได้ 5 นาที ก็เรียกกลับมาลองของ โดยถามถึงสิ่งที่บันทึกลงไปในแต่ละหมวด

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! โมโม่บอกได้ถูกเป๊ะทุกข้อ แถมยังมีเติมไอเดียต่ออีกว่าป๊าๆ โมโม่นึกออกอีกละ…

มันต้องมีสปอยเลอร์ด้วยนะป๊า!

Collage1

Collage2

สรุปข้อดีของ Mind Map
1. ช่วยกระตุ้นการเชื่อมต่อของเซลล์สมอง ให้เด็กๆ ได้ใช้สมองทั้งสองซีกอย่างสมดุล ช่วยให้เด็กได้ฝึกคิดอย่างเป็นระบบไปพร้อมๆ กับการใช้จินตนาการ จึงส่งผลให้เกิดการปลดปล่อยศักยภาพของสมองในวัยเด็กอย่างเต็มที่ ต่อยอดสู่การเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด

2. Mind Map เป็นกระบวนการนำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพด้านการมองเห็นและความเข้าใจ เนื่องจากสมองของเราประมวลผลจากภาพได้รวดเร็วและมีพลังกว่าการประมวลผลตัวอักษรและข้อมูล ดังนั้น หากเด็กๆ ได้เห็นภาพบน Mind Map ก็จะทำให้สมองจดจำได้ดีขึ้น

3. Mind Map ทำให้เด็กมองเห็นภาพองค์รวม เห็นการเชื่อมโยงของข้อมูล จึงช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ ได้ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ และสามารถมองเห็นวิธีการแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น

4. Mind Map ทำให้เด็กได้ฝึกฝนการใช้ภาษา เพื่อถ่ายทอดความคิด ออกมาเป็นคำพูดหรือรูปภาพ และคุณพ่อคุณแม่ ยังสามารถสอดแทรกคำศัพท์ใหม่ๆ ให้ลูกได้เรียนรู้อยู่เสมอ

5. การทำ Mind Map ช่วยฝึกให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น การจดจ่ออยู่กับภาพ การครุ่นคิดถึงข้อมูลที่จะมาวางลงในแผนผังความคิด ทำให้เด็กมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เป็นยังไงบ้างครับ ไม่ยากเลยใช่ไหม? ยังไงลองค่อยๆ นำไปฝึกใช้กับเด็กๆ ทำบ่อยๆ ก็จะเกิดความคุ้นชินและชำนาญไปเอง (สมองเชื่อมโยง!) ส่วนผู้ใหญ่อย่างเราๆ ที่ไม่ว่าจะเหลือเซลล์สมองอยู่มากหรือน้อยเท่าไหร่ ก็สามารถนำ Mind Map ไปใช้ในการทำงาน เช่น การจดบันทึกการประชุม การวางแผน การวางโครงงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี…
ได้ผลอย่่างไรแวะมาบอกกันบ้างนะครับ :)

DSC_0124_1

About these ads

One thought on “ฝึกใช้ ‘แผนผังความคิด’ ช่วยพัฒนาสมองลูก

  1. อ่านแล้วเหมือนผังเวลาทำ turtle diagram สำหรับระบบควบคุมคุณภาพ TS เลย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s